การเดินทางทริปนี้ใช้เวลา 5คืน กับ 4วัน และการเล่าในหัวข้อนี้จะเป็นการเล่าเรื่องราวอย่างละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกินขึ้น
และจิตใจในสถานการณ์นั้น ถ้าพร้อมแล้วไปรับฟังกันเลย


ก่อนค่ำคืนแรกของการเดินทาง
คือวันศุกร์ที่ 6 วันนี้เป็นวันที่รีบทำงานให้เสร็จก่อนเวลา เพื่อไม่ให้มีงานค้าง
และรีบกลับมาจัดเตรียมกระเป๋าเป้ให้น้ำหนักน้อยที่สุดและสะดวกต่อการเดินทาง
ผมไปถึงตลาดแม่กลองตอน 18.10น. ซึ่งก็สายอยู่ เพราะตามเวลานัดที่โทรถามท่ารถจะผ่านแม่กลอง
18.30น. ซึ่งต้นทางรถอยู่ที่หมอชิต ผมรีบกดเงิน 1900บ.
กับเงินค้างอยู่ในกระเป๋าตั้งอีก 400บ. เป็นค่ากินและค่าเดินทางเสริม ค่าตั๋วหลักๆ
ผมจองและจ่ายออนไลน์ไปก่อนหน้าหมดแล้ว ตอนนั้นยังไม่ได้กินข้าวเย็น
เพราะไม่มีเวลากว่าจะกลับจากที่ทำงานถึงบ้านก็ 17.00น. แล้ว
แต่เอาข้าวใส่ถุงมาและซื้อขนมปังนั่งวินมาส่งที่ป้ายหยุดรถแม่กลอง
และนำตั๋วออนไลน์แสดงให้ป้าที่ประจำอยู่สถานีดู พนักงานหลักๆเลิกงานหมดแล้ว

แต่ป้าไม่ยอมรับตั๋ว บอกว่าไม่ได้ซื้อจากที่นี้ ป้าไม่ได้ค่านายหน้าต้องดูรถเองนะ ผมก็งง ซื้อตั๋วออนไลน์ผิดด้วยหรือ และตอนนั้นก็ 18.40น. แล้ว ถามรถมาหรือยังป้าก็ไม่ตอบ ตอนนั้นผมกลัวตกรถมาก กลัวเสียค่าตั๋วฟรีเพราะป้าไม่ลงทะเบียนให้ ถ้าตกรถก็ไปถึงที่หมายช้าอีก จึงโทรร้องเรียนไปที่ บขส. โทรไปหลายเบอร์ หลายแผนกมาก เสียเวลาไปเกือบ ชม. สุดท้ายป้าก็ให้คำแนะนำแต่โดยดี อาจเพราะส่วนกลางโทรมาหาป้าเขาด้วยล่ะ และกว่าจะได้ขึ้นรถก็ 20.00น. รอเป็นคนสุดท้ายที่ป้ายหยุดรถนี้ และแล้วมีรถคันหนึ่งมาจอดที่ตัวรถบอกปลายทางคือภูเก็ต ผมจึงไม่เดินไปที่รถ รอจนพนักงานกระเป๋าตะโกนว่ากระบี่ผมจึงรีบเก็บของและวิ่งไป


รถคันนี้เป็นรถเสริม ด้วยความรีบจะเข้าห้องน้ำที่สถานีก็กลัวรถจะมารับ พอขึ้นไปก็เกินการปวดฉี่ มีป้าท่านหนึ่งจะขอลงจากรถไปเข้าห้องน้ำในปั๊มเช่นกัน ซึ่งตอนนั้นรถจอดอยู่ ผมก็พึงรู้ว่าบนรถบัส 2ชั้นมีห้องน้ำให้ด้วย และยังมีน้ำเปล่า ขนม กาแฟผงพร้อมชง แก้วกระดาษ มีกระติกน้ำร้อนให้บนรถ ผ้าห่ม และที่นั่งปรับระดับแบบแทบนอนได้ แถมเก้าอี้กดปุ่มนวดได้ด้วย คนบนรถก็มีไม่มาก มีชาวต่างชาติด้วย ผมก็รู้ตัวว่าต้องรีบนอน วันพรุ่งนี้ต้องขับรถเที่ยวตั้งแต่เช้า เวลาประมาณเที่ยงคืน แสงไฟก็สว่างขึ้น พร้อมกับเสียงอธิบายแวะพักรับประทานอาหาร 20นาทีครับ จุดนี้แนะนำให้เอาตั๋วติดตัวลงไปด้วยนะ จะต้องใช้ก่อนเข้าร้านอาหาร จะไปไม่ต้องไปกลับ 2รอบเหมือนผม

ก่อนรถออกมีคนถือตะกร้านมเปรี้ยวกล่อง เดินไปเดินมาในรถบอกเอาตั๋วแลกนมกล่องได้ แต่ผมไม่ได้แลกมา เขาพูดไม่ค่อยชัด และที่แรกคิดว่าเป็นพนักงานของรถจะแลกทีหลังก็ได้ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ถ้าใครเจอแบบนี้ก็แลกได้เลยนะ ถ้ารถออกจากท่าไปก็แลกไม่ได้แล้ว จุดที่จอดนี้ชื่อ ครัวคุณต้น และก็นอนหลับไปตื่นเช้ามาเวลาเกือบ 6.00น. ก็เปิดดู GPS เห็นว่าใกล้ถึงปลายทางแล้ว ต้องรีบทำธุระส่วนตัวบนรถให้เสร็จ เพราะที่สถานีอาจมีการเก็บตังค่าเข้าใช้ห้องน้ำก็ได้ ผลคือก็เป็นไปอย่างที่คิด ห้องน้ำที่สถานีไม่ได้กินตั้งผมหรอ 555 ถึงที่หมายสถานีขนส่ง 6.30น. ที่นั้นไม่ค่อยมีคน อากาศก็ไม่ค่อยหนาว เตรียมเสื้อกันหนาวมาอย่างหนาแต่ผิดคาด ช่วงเวลานี้ที่ภาคกลางและเหนือหนาวมาก และได้ถามหารถสองแถวรอบเมือง เพื่อจะไปลงจุดที่ใกล้ร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ และการเดินทางในวันนี้ก็ได้เริ่มขึ้น

แต่ป้าไม่ยอมรับตั๋ว บอกว่าไม่ได้ซื้อจากที่นี้ ป้าไม่ได้ค่านายหน้าต้องดูรถเองนะ ผมก็งง ซื้อตั๋วออนไลน์ผิดด้วยหรือ และตอนนั้นก็ 18.40น. แล้ว ถามรถมาหรือยังป้าก็ไม่ตอบ ตอนนั้นผมกลัวตกรถมาก กลัวเสียค่าตั๋วฟรีเพราะป้าไม่ลงทะเบียนให้ ถ้าตกรถก็ไปถึงที่หมายช้าอีก จึงโทรร้องเรียนไปที่ บขส. โทรไปหลายเบอร์ หลายแผนกมาก เสียเวลาไปเกือบ ชม. สุดท้ายป้าก็ให้คำแนะนำแต่โดยดี อาจเพราะส่วนกลางโทรมาหาป้าเขาด้วยล่ะ และกว่าจะได้ขึ้นรถก็ 20.00น. รอเป็นคนสุดท้ายที่ป้ายหยุดรถนี้ และแล้วมีรถคันหนึ่งมาจอดที่ตัวรถบอกปลายทางคือภูเก็ต ผมจึงไม่เดินไปที่รถ รอจนพนักงานกระเป๋าตะโกนว่ากระบี่ผมจึงรีบเก็บของและวิ่งไป


รถคันนี้เป็นรถเสริม ด้วยความรีบจะเข้าห้องน้ำที่สถานีก็กลัวรถจะมารับ พอขึ้นไปก็เกินการปวดฉี่ มีป้าท่านหนึ่งจะขอลงจากรถไปเข้าห้องน้ำในปั๊มเช่นกัน ซึ่งตอนนั้นรถจอดอยู่ ผมก็พึงรู้ว่าบนรถบัส 2ชั้นมีห้องน้ำให้ด้วย และยังมีน้ำเปล่า ขนม กาแฟผงพร้อมชง แก้วกระดาษ มีกระติกน้ำร้อนให้บนรถ ผ้าห่ม และที่นั่งปรับระดับแบบแทบนอนได้ แถมเก้าอี้กดปุ่มนวดได้ด้วย คนบนรถก็มีไม่มาก มีชาวต่างชาติด้วย ผมก็รู้ตัวว่าต้องรีบนอน วันพรุ่งนี้ต้องขับรถเที่ยวตั้งแต่เช้า เวลาประมาณเที่ยงคืน แสงไฟก็สว่างขึ้น พร้อมกับเสียงอธิบายแวะพักรับประทานอาหาร 20นาทีครับ จุดนี้แนะนำให้เอาตั๋วติดตัวลงไปด้วยนะ จะต้องใช้ก่อนเข้าร้านอาหาร จะไปไม่ต้องไปกลับ 2รอบเหมือนผม

ก่อนรถออกมีคนถือตะกร้านมเปรี้ยวกล่อง เดินไปเดินมาในรถบอกเอาตั๋วแลกนมกล่องได้ แต่ผมไม่ได้แลกมา เขาพูดไม่ค่อยชัด และที่แรกคิดว่าเป็นพนักงานของรถจะแลกทีหลังก็ได้ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ถ้าใครเจอแบบนี้ก็แลกได้เลยนะ ถ้ารถออกจากท่าไปก็แลกไม่ได้แล้ว จุดที่จอดนี้ชื่อ ครัวคุณต้น และก็นอนหลับไปตื่นเช้ามาเวลาเกือบ 6.00น. ก็เปิดดู GPS เห็นว่าใกล้ถึงปลายทางแล้ว ต้องรีบทำธุระส่วนตัวบนรถให้เสร็จ เพราะที่สถานีอาจมีการเก็บตังค่าเข้าใช้ห้องน้ำก็ได้ ผลคือก็เป็นไปอย่างที่คิด ห้องน้ำที่สถานีไม่ได้กินตั้งผมหรอ 555 ถึงที่หมายสถานีขนส่ง 6.30น. ที่นั้นไม่ค่อยมีคน อากาศก็ไม่ค่อยหนาว เตรียมเสื้อกันหนาวมาอย่างหนาแต่ผิดคาด ช่วงเวลานี้ที่ภาคกลางและเหนือหนาวมาก และได้ถามหารถสองแถวรอบเมือง เพื่อจะไปลงจุดที่ใกล้ร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ และการเดินทางในวันนี้ก็ได้เริ่มขึ้น








หลังจากกินข้าวเสร็จก็เดินกลับไปร้านเช่ารถอีกครั้ง ซึ่งเปิด 7.30น. และได้ทำการเช่ารถ ต้องวางมันจำ 1000บ. และค่าเช่า 250บ. แจ้งชื่อโรงแรมที่พัก และยืดบัตรประชาชนด้วย เช่ารถเสร็จร้านก็แนะนำเส้นทางสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งก็ได้หาชื่อไว้แล้ว เริ่มต้นเลยจากปั๊มน้ำมัน เติมหมดไป 50บ. และขับเที่ยว เมืองกระบี่ รถที่นี้ไม่เยอะมาก อาจเพราะเป็นวันหยุดและเช้าอยู่ด้วยส่วนหนึ่ง เส้นทางเป็นเนินเขาขึ้นลง และมีผาหินสูงใหญ่สองข้างทาง ซึ่งสวยงานจนต้องจดรถถ่ายรูปเลยที่เดียว






จุดแรกที่ไปแวะคือ หาดนพรัตน์ หาดไม่ค่อยสวยมาก มีรีสอร์ทเยอะ มีท่าเรือไปเกาะอื่นๆ ได้ ได้เจอฝรั่งและได้ทักทายเป็นครั้งแรกที่นี้




ไปต่อกันที่จุดที่ 2 สะพานลอยน้ำหินเพลิง เวลา 10.00น. ได้เห็นนำทะเลใสๆ เห็นปลาแหวกว่าย และมองทะลุเห็นพื้นทรายเป็นครั้งแรก แสงแดดแรง ลมพัดเย็นดี ไม่มีทางยอมแพ้แน่นอนไปกันต่อเลย







ถึงจุดที่สาม เขาหงอนนาค เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ภูเขาตัดและทะเลที่สวยงาม แต่ต้องแลกมาด้วยแรงกายกว่าจะได้เห็น เส้นทางเดิน 8กม.ไป-กลับ และทางลาดชัน ระหว่างทางได้พบกับชาวต่างชาติจากเยอรมัน ผมได้เดินติดตามและพูดคุยกับเข้าตลอดการเดินทางขึ้นเขาครั้งนี้ ผลัดกันถ่ายรูป และได้เอาข้ามต้มมัดให้เขาลองกิน พูดคุยเกี่ยวกับวัฒนธรรมแลกเปลี่ยนกัน เป็นภาพที่ประทับใจมากก่อนกลับจากที่นี้ เขาได้เลี้ยงน้ำสปอนเซอร์ผมเป็นการตอบแทนด้วย
ตอนนั้นขาผมล้ามาก เดินไปหยุดไป แต่ก็ต้องไปต่อ มีเวลาแค่วันเดียวที่นี้ต้องเต็มที่ จึงไปต่อสถานที่สี่ คือวัดถ้ำเสือ เป็นจุดที่มีชาวต่างชาติเยอะมาก เช่นกัน มีคนจีนด้วย ผมถึงที่นี้เวลา 15.30น. แวะกินเข้ากลางวันเนื่องจากหิวมาก และปีนเขาต่อ ที่นี้เป็นจุดชมวิวเมือง มองเห็นไกล้ถึงสถามบินกระบี่ และในป่าทึบเลยทีเดียว มีบันได 1,300กว่าขั้น มีลิงและหมาคอยทักทายตลอด 2ข้างทาง เดินไปหยุดไป ขาสั้นเลย แต่ก็ไปถึงที่หมายในจุดยอดสุดจนได้ ตอนนั้นแสงอาทิตย์ก็ใกล้จะละขอบฟ้าพอดี แวะถ่ายรูปอยู่หลายช็อต ดูชาวจีนนั่งสมาธิอย่างสงบ คนเกาหลีก็เอาโดรนมาบินถ่ายภาพเล่น แต่ต้องรีบลงก่อน ที่จะมืดจะต้องไปต่อที่อื่นอีก และก็ออกจากที่นี้ตอน 18.00น.
มาถึงจุดที่ 5 รูปปั้นปูดำ จุดชมวิวแม่น้ำกลางเมืองกระบี่ มีแสงไฟวิววับประดับ มองดูรอบๆ สวยงานมาก แต่ตอนนั้นมืดแล้วเห็นทิวทัศน์ไม่ค่อยชัดเจน หลังจากนั้นพยายามไปต่ออีกจุกคือพิพิธภัณฑ์เรือ แต่ว่าที่นี้ปิดแล้ว ตอนนี้เวลา 19.00น.แล้ว จึงขับรถเมี่ยวรอบเมือง มันอ้างว้างมากแทบไม่มีรถเลย
และผมเข้าเช็คอินโรงแรมที่จองไว้ หาอยู่นาน เพราะแผ่นที่บน Google Map และ Agoda ปักหมุดโรงแรมไม่ตรงกัน สับสนกับช่องทางจราจรที่นี้ให้เดินรถทางเดียวอีกจะขับวนหาโรงแรมไม่มี จึงจอดรถและเดินหาโรงแรม จ่ายค่าโรงแรมไป 270บ. และค่ามันจำ 100บ. มีอาหารเช้าด้วย ตอนนั้นเกือบ 20.00แล้ว ร้านปิด 20.30น. จึงเอารถไปคืน นั่งคุยเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว เล่าการวางแผนทัวร์ของผมและรับคำแนะนำสักพัก ก็ออกมาเอาประเป๋าเสื้อผ้าที่ฝากไว้คืน แบกมาที่โรงแรม ผ่านถนนคนเดินแต่ตอนนั้นขาล้ามาก อยากพักก่อน พอถึงโรงแรมก็หิว ล้าไม่อยากลงมาเดินแล้ว แต่เรามีโอกาสแค่วันเดียวที่นี้ ยังไงก็ต้องเดินไปดูถนนคนเดินให้ได้
ตอนนั้นเวลา 21.15น. แล้ว เดินวนรอบๆ ตลาดและสั่งผัดไทยกินจานละ 50บ. ที่นี้มีชาวต่างชาติเยอะเช่นกัน เวลาผ่านไปไม่นาน 22.00น.นิดๆ ร้านค้าก็ทยอยปิดเก็บร้านกันหมด ผมก็ยังเดินดูไม่ค่อยทั่วเท่าไหร่เลย ก็ต้องกลับไปนอน โรงแรมเป็นแบบ Hostel คือเป็นเตียงนอนรวม มีชาวต่างชาติร่วมห้อง 1 คนนอนห้องเดียวกัน คืนนั้น ก็อาบน้ำ รีบนอนตอนเที่ยงคืน รุ่งเช้าอีกวันต้องตื่นเช้าไปทริปทัวร์ 4เกาะต่ออีก















































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น