เช้าวันที่ 3 ผมตื่นเวลา 7.30น. ทำภารกิจส่วนตัว และเช็คเอาท์รับเงินมันจำคืน โรงแรมแบบ Hostel ต้องออกก่อน 11.00น. เกือบทุกโรงแรม มิเช่นนั้นจะมีค่าปรับ ผมได้รับคำแนะนำมาว่าต้องไปซื้อตั๋วเรือเพื่อจะไปหาดไรเลย์แต่เช้า เพราะเรือจะรอคนเต็ม 8คน ก่อนถึงจะออก ค่าตั๋วเรือ 100บ. ผมมาที่นี้ 8.30น. พร้อมข้าวกล่อง 50บ. กับนมเปรี้ยวจากร้านแฟมิลี มาร์ท มานั่งกินรอ ไม่ทันได้กิน เขาก็เรียกขึ้นเรือ
ถึงหาดไร่เลย์ตะวันตก เวลา 9.00น. ผมก็มากินข้าวเช้าริมชายหาดที่นี้ ที่ต้องมาที่นี้เพราะ ได้จองเรือจะไปเกาะพีพี เวลา 15.45น. เอาไว้ เมื่อกินเสร็จก็หาป้ายขึ้นเรือทันที่เพื่อที่จะฝากกระเป๋าเสื้อผ้า เอาติดตัวไปแค่กระเป๋าเอกสารสำคัญและเสื้อผ้า 1ชุดเท่านั้น เผื่อกระเป๋าหลักหายจะได้มีเปลี่ยน
เนื่องจากเมื่อวานได้ข้อมูลเส้นทางการเดินหาดไรเลย์ตะวันออก และหาดถ้ำพระนาง ก็จัดเลยเดินไปตามเส้นทาง หาดไรเลย์ตะวันออกจะเป็นป่าโกงกาง ทรายเม็ดใหญ่ และมีสะพานลอยน้ำทอดยาวถึงกลางอ่าว ซึ่งเป็นรูปตัว C ล้อมรอบด้วยภูเขาหินสูง
และที่นั้นมีจุดปีนผาด้วย มีนักท่องเที่ยวมาปีนผากันเยอะมากที่นี้ มีโค้ชและอุปกรณ์ปีนผาให้เช่า มาซื้อทริปปีนผาที่นี้ พันกว่าบาทก็คงเป็นประสบการณ์ที่ดี จำวิวยอดเขาได้แบบไม่รู้ลืมเลยจริงๆ จากนั้นผมก็เดินไปตามเส้นทางไปเจอจุดปีนเขาชมวิว ยังไม่ขึ้นเดินเลยไปก่อน ทางเป็นผาหินตลอดเส้นทาง เดินจนมาถึงหาดถ้ำพระนางที่เมื่อวานได้มาลงที่นี้โดยทัวร์ แต่ครั้งนี้มีเวลาเดินชมมากกว่าเมื่อวาน
เวลา 11.00น. ได้เดินรอบหาดอีกครั้ง ชมความงาม ที่กลางหาดที่นี้มีเขาหินอยู่กลางหาด จึงเหมาะมากที่จะพายเรือคายัค วนรอบเกาะเล็ก เกาะน้อย ดูหน้าผาใกล้ๆ เป็นเรือพายที่นั่งได้ 2 คน คิดชั่วโมงแรก 200บ. ชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 100บ. หาดที่นี้มีจุดที่น่าเล่นน้ำหลายจุด มีร่มเงาของเขาหิน และอุโมงค์หินสามารถเล่นน้ำในร่มหลบแดดได้ แต่ผมไม่สามารถเล่นน้ำที่จุดนี้ได้ เวลามีจำกัด ต้องเอาไปที่อื่นๆ ต่อ
เวลา 12.00น. ได้ปีบเขาขึ้นไปดู Princess Lagoon ซึ่งเป็นช่องว่างระหว่างเขามีแอ่งนำธรรมชาติอยู่ตรงกลาง ทางเข้าออกเป็นทางลาดชัน เป็นผาล้อมรอบ และจุดที่ 2 คือ Viewpoint Railay Beach เป็นจุดที่เห็นชายหาดในมุมสูงกว้างสุดสายตา ภูเขาหินทะเลทราย ต้นมะพร้าว และน้ำทะเล จัดเรียงอย่างงดงาม
หลังจากชมวิวเรียบร้อยก็ลงจากเขา แวะไปอีกจุดคือถ้ำพระนางใน อีกชื่อ Diamond Cave ด้านในมีสะพานเข้าไปในถ้ำ ผนังเป็นชั้นหินย้อย และมีหินย้อยเป็นแอ่งน้ำขัง มีแสงไฟสปอตไลท์ฉาย ถ้ามาตอนช่วงฝนตกอาจมีน้ำท่วมพื้นจึงต้องทำสะพานยกขึ้นและถ้าที่บ่อหินย้อยมีน้ำเต็มไหลลงมาเป็นชั้นๆ กระทบแสงไฟคงจะเป็นประกายเพชรตามชื่อ ที่นี้คนไทยเข้าชมฟรี ชาวต่างชาติเสียค่าเข้าชม 100บ. หลังจากเดินโดยรอบแล้วก็เดินกลับ
เวลา 14.00น. ก็เริ่มหิวข้าวกลางวันจึงมองหาร้านอาหารในดงฝรั่งที่นั้น ราคาเริ่มต้น 80-100บ. น้ำปั่นแก้วละ 60บ. สุดท้ายตัดสินใจซื้อแค่น้ำเปล่าขวดใหญ่ 40บ. ขวดเล็กก็ 20บ.แล้วเลยไม่เอา และงัดเอาอาหารที่ซื้อเก็บไว้เมื่อวันแรกมากินประทังชีวิตไปก่อน คือ กล้วยหอม 1หวี และ ปลาเค็มทอด มาถึงป้ายรอขึ้นเรือตอนก็ 14.30น. เวลายังไม่หมดแต่เดินไม่ไหวแล้ว จึงนอนพักรอเที่ยวเรือ 15.45น. อากาศก็ร้อนมากฝรั่งก็นอนอาบแดดกันเต็มชายหาด บางคนตัวแดง ผิวไหม้เป็นขุยๆ เลย ตอนนี้น้ำลงเยอะสุด ความสวยของหาดลดลง
เรือใหญ่เข้าเทียบชายฝังไม่ได้ ที่นี้ไม่มีท่าเรือต้องนั่งเรือหางยาวและเปลี่ยนถ่ายเรือที่ปากอ่าวของหาด จากนั้นก็ถึงเวลาพจญไพร่สู่เกาะพีพีแล้ว เรือวิ่งด้วยความเร็ว 30กม./ชม.เช็คผ่านแอพ ก็นั่งชมวิวอยู่ข้างนอกได้ครึ่งชั่วโมงก็หมดไม่มีเกาะให้ชม จึงกลับเข้าไปนอน และมาชมวิวอีกทีช่วงใกล้ถึงท่าเรือต้นไทร เกาะพีพี มันเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นน้ำที่นี้ใสมาก จนเห็นตัวปลาแหวกวายและ หอยที่แกะตามเสาท่าเรือ
จะเข้าเกาะต้องจ่ายค่าเข้าคนละ 20บ. ตอนนั้นเวลา 17.45น. ผมก็รีบไปที่พัก เพื่อเช็คอินหาที่วางสัมภาระทันที เสียค่ามัดจำไป 500บ.เงินสดเหลือให้ใช้ก็ไม่ถึง 400บ.ด้วย มันจำเดียวก็ได้คืน ได้กุญแจล็อคเกอร์ การ์ดเตะผ่านประตู และริสแบนใส่ข้อมือสีชมพูให้ใส่ไว้ในช่วงเขาพัก จากนั้นผมก็มาเดินเที่ยวบนเกาะอย่างไม่รอช้า
ที่นี้ไม่มีรถสำหรับคนทั่วไป เจ้าหน้าที่เท่านั้นที่มีรถมอเตอร์ไซน์ และทางเป็นทางเดินทั้งหมด เวลานั้นมันมืดแล้ว ผมมองเห็นวิวได้ไม่ชัด น้ำก็ยังคงใสมากยามค่ำคืน ผมเดินวนๆ รอบเกาะรู้สึกหิว กินผลไม้ที่กินไป ไม่อิ่ม จึงซื้อพิซซ่าหน้าชีสไป 80บ. และโซดามะนาว 7-11 ไป 1กระป๋อง เช็คราคาข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อที่นี้แพงอยู่ และไม่ร่วมโปรโมชั่นทุกรายการ ร้านอาหารทั่วไปกับข้าวจานละ 150-200บ. แล้วแต่ทำเลร้าน อาจมีถูกกว่านี้อยู่ในซอกซอย ผมเดินไม่ยังทั่ว
ผมเดินไปเจอทริปทัวร์อยู่ร้านหนึ่งมีแบบครึ่งวันด้วย 9.00-13.00น. ไปเกาะพีพีเล ด้วเรือหางยาว น่าสนใจค่าทริปทั่ว 400บ. มีอาหารกลางวันให้ก็คุ้มแล้ว มีเงินเหลือในบัญชีพอ จึงจ่ายโดยโอนเงิน ผมมีเวลาอยู่ที่นี้ถึงพรุ่งนี้ 14.30น. เที่ยวเรือกลับภูเก็ต เวลาพอจึงซื้อเลย
และช่วง 20.30น. ก็เดินชมชายหาดค่ำคืนเป็นผับของฝรั่ง มีการแสดงควงไฟเหมือนเดิมอยู่ 2ร้าน ยืนชมอยู่สักพัก ผมก็เดินหามุมสงบ ที่เสียงไม่ค่อยดัง โทรกลับหาทางบ้านหลังจากที่ก่อนหน้านี้เวลานี้ยุ่งๆ มาโดยตลอด คุยท่ามกลางน้ำทะเลใส ทรายเม็ดละเอียด ลมพัดโชย เสียงคลื่นกระทบฝั่ง ยามค่ำคืน เป็นบรรยากาศที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลย ฟินนน จากนั้นก็เข้าที่พักอาบน้ำ นอนหลับไปกับเสียงเพลงในผับเป็นคืนที่ 2






































































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น