เช้าวันที่ 2 เป็นวันที่ต้องตื่นเช้า รถจะมารับเวลา 8.00-8.30น.แต่ผมลงมาช้า 8.00น. ลงมากินข้าวเช้า แต่ไม่ทันรถมา 8.10น. ต้องสั่งเปลี่ยนถ่ายใส่กล่อง เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่าถ้าประเมินแล้วเวลาไม่ทันก็สั่งใส่กล่องแต่แรกไปเลยจะดีกว่า รถก็วนรับคนไปรอบตัวเมืองและระหว่างทาง เข้าไปรับคนที่รีสอร์ทต่างๆ ที่สวยๆ ก็มีเยอะ ในรถมีแต่ชาวต่างชาติ ถามกันและกันว่ามาจากไหน มานานไหม จะกลับเมื่อไหร่ ที่ไหนสวยน่าแวะ ระหว่างเดินทางผมก็กินอาหารเช้าในกล่องจนหมดก็ถึงที่หมายพอดี
ทุกคนที่รถไปรับมาจะมารวมกันที่ท่าเรือนางแอน ซึ่งเป็นท่าของบริษัททัวร์ และก็ต่อแถวลงทะเบียนตามทริปทัวร์ที่ตัวเองได้จองไว้ ผมได้ทริปทัวร์ 4เกาะ ทะเลแหวก ไปด้วย Speed Boat และมีแบบไปด้วยเรือหางยาวก็มี ราคาถูกว่า ใช้เวลาเดินทางนานกว่า แต่ได้อรรถรสแบบชาวบ้านมากกว่า เวลาลงเดินแต่ละที่ก็ลดลงไปนิดหน่อย เพราะใช้เวลาไปกับการเดินทางแต่เวลารวมทริปทัวร์เท่ากัน และมีโต๊ะลงทะเบียนทริปทัวอื่นๆ อีก ประมาณ 4-5 โต๊ะ ขั้นตอนการลงทะเบียนจะให้ลงชื่อและจ่ายค่าเข้าอุทยานคนไทยคนละ 40บ. ชาวต่างชาติ คนละ 400บ. เพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าทริปทัวร์ และจะได้รับริสแบนเป็นสีๆ ตามทริปทัวร์ที่บริษัทจัดไว้ ให้ใส่ไว้ที่ข้อมือตลอดทั้งทริป
ผมได้สีแดงผมก็หาเพื่อนที่มีสีเดียวกันนั่งเกาะกลุ่มกันไว้ ผมได้พูดคุยกับชาวต่างชาติที่มารถคันเดียวกันจากอเมริกา เราพูดคุยและถ่ายรูปกันนิดหน่อยและก็จากกัน เพราะคนละทริปทัวร์ ระหว่างรอก็เดินถ่ายรูปรอบๆ ท่าเรือ เอาของว่างฟรีมากิน รอเรียกในทีสุดก็ถึงเวลาขึ้นเรือโดยสาร ก่อนขึ้นก็ตั้งวงประชุมอธิบายสถานที่แวะแต่ละจุดของทริปทัวร์ เป็นภาษาอังกฤษก่อน และภาษาไทย และก็เดินขึ้นเรือคันที่ 814 ต้องจำไว้ด้วยเพราะเรือมีเหมือนๆ กัน หลายลำ มีลูกเรือที่ไปด้วยกันทั้งหมด 44คน เดินทางออกจากท่าเรือ 9.45น. นี้เป็นครั้งแรกของผมที่ได้นั่งเรือแบบนี้ ผมวัดความเร็วโดยใช้แอพในโทรศัพท์ วิ่งเร็วประมาณ 60กม./ชม. และมีชาวต่างชาติเกินครึ่งลำ มีไกด์ 1คน และผู้ช่วยอีก 2คน จะคอยดูแลนักท่องเที่ยว
และเขาจะให้ความสนใจกับ นักท่องเที่ยวที่มาคนเดียวเป็นพิเศษ มีผมและมีอีกคนหนึ่งในเรือ เมื่อขึ้นเรื่อก่อนออกแต่ละครั้ง ต้องนับคนมาเดี๋ยวก่อน เพราะถ้าหายไปก็ไม่มีคนอื่นในเรือสนใจ มีการนับคนในเรือทุกครั้งก่อนออกเดินทางไปจุดต่อไป ทริปผมได้เปลี่ยนแปลงกำหนดการนิดหน่อยไปที่ทะเลแหวกก่อน อาจเป็นเพราะลดความแออัดในจุดท่องเที่ยวแต่ละจุด ผมเดินทางมาถึง 10.15น.ชื่อเกาะทับ ชื่อไทยทะเลแหวก และมีเวลาเดินเล่นถ่ายรูป 40นาที ที่หาดทรายเป็นทรายที่ละเอียดมาก น้ำก็ใสมากเช่นกัน ผมมีไม้เซลฟี่และรีโมทไร้สาย เดินไล่ถ่ายรูป ไปตามชายหาด เอาไม้ปักกองทรายกระโดดถ่ายรูปบ้างเป็นบางจุด แดดก็ร้อนอยู่ ผมก็ไม่ได้เตรียมครีมกันแดดมาด้วย ที่ขายกันที่นี้ก็แพงมาก เพราะเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ แนะนำให้ซื้อเตรียมมาด้วย เป็นแบบชนิดกันน้ำได้ยิ่งดี
และก็มากันถึงจุดที่ 2 เป็นจุดที่มีก้อนหินเรียงเป็นรูปเหมือนไก่ เรียกเล่นๆ เกาะไก่ KFC หลังจากถ่ายรูปเสร็จก็ไปดำน้ำกัน ผมว่าน้ำไม่เป็นต้องใส่ชูชีพลงไปด้วย ที่เรือมีเตรียมอุปกรณ์ดำน้ำให้แล้ว ก็กระโดดลงน้ำดูปากการัง และปลาน้ำตื้น เห็นแบบใกล้มากๆ แต่น่าเสียดายที่ผมไม่มีกล้องที่ถ่ายในน้ำได้ จึงไม่ได้เอาภาพมาฝาก และด้วยความที่ผมใส่ชูชีพจึงดำน้ำไปดูใกล้ๆ และผมก็ไม่ได้วายน้ำไปไกลๆ เรือมากไม่ได้ เพราะผมเคลื่อนในน้ำได้ช้ามากจะกลับถึงเรือจะไม่ทันเอา ถ้าจะมาดำนั้นแบบนี้จะไห้ดี ต้องว่ายน้ำเป็น ดำไปลึกๆ ได้เห็นชัดๆ และถ้าว่ายน้ำได้เร็วจะได้เห็นทั่วถึงมากขึ้น ผมต้องกลับไปฝึก ถ้ามีโอกาสครั้งต่อไปจะเที่ยวได้ดีขึ้น จุดนี้ผมวายลอยคอในน้ำอยู่ 40นาที่เต็ม
หลังจากนั้นก็ไปต่อกันที่ เกาะปูดาและกินข้าวกลางวันกันที่นี้ ใช้เวลา 1ชม. 30นาทีเป็นเกาะที่อยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยเกาะน้อยใหญ่รอบด้าน ผมได้กินอาการกลางวันแบบบุฟเฟ่ที่ทางทัวร์จัดให้มีกับข้าว 3 อย่างคือ มัสมั่นไก่ ผัดเปรี้ยวหวาน และไก่ทอดซึ่งมีน้ำจิ้มมาด้วย พอกินเสร็จก็เดินถ่ายรูปเช่นเคย และโทรวีดีโอคอลหาทางบ้าน สัญญาณโทรศัพท์ 4G ที่นี้ดีมาก แดดแรง ลมพัดเข้าหาชายฝั่งตลอดเวลา
และที่สุดท้ายคือชายหายถ้าพระนาง ถึงที่นี้เวลา 13.50 และมีเวลาเดิน 40นาที ช่วงที่ไปเป็นช่วงน้ำขึ้น ชายหาดสวยงาม มีภูเขาหินสูงตระง่าน รอบตัว ผมได้เดินไปที่ถ้ำพระนาง ซึ่งเป็นถ้ำเล็กๆ เป็นเหมือนศาลพระภูมิ มีประลัดขิกที่คนเอามาถวายเป็นจำนวนมาก แต่ที่แปลกคือ มีของเครื่องรางของขังแบบฝรั่ง มาวางรวมอยู่ด้วยเป็นแบบมีอัณฑะ จนต้องมีป้ายเตือนอย่างที่เห็นในภาพ ผมเดินไปได้ไม่ไกลก็หมดเวลา
และผมได้ถ่ายรูปป้ายแผนที่นำทาง เส้นทางท่องเที่ยวมา ว่าจุดนี้สามารถเดินไปที่หาดไร่เลย์ได้ และผมก็จะใช้มันในวันพรุ่งนี้ ในที่สุดก็เดินทางกลับถึงท่าเรือเดิมในช่วงเช้าและขึ้นรถกลับ แต่ไม่ลงที่เดิมในเมืองแล้ว วันนี้จะพักที่หาดอ่าวนาง
ผมถึงโรงแรมและเช็กอินเวลา 15.15น. ที่นี้เป็นบาร์ อยู่ใกล้ๆ รอมลอบเลยด้วย เป็นทางผ่าน ต้องเดินขึ้นมาชั้น 3 จะเป็นโรงแรม พักห้องรวมเป็นเตียงเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้มีเพื่อนต่างชาติเยอะ เต็มทั้ง 10 เตียง ค่าเตียง 202บ. ค่าประกัญกุญแจ 100บ. ถ้าจะพักโรงแรมแบบนี้แนะนำให้เอากุญแจมาล็อคด้วย มีช่องให้เก็บของให้ แต่ไม่มีตัวกุญแจล็อก และเอาผ้าห่มมาด้วยก็ดี เพราะผ้าห่มที่นี้บางมากแอร์เปิดเย็นจนหนาวเลย
ผมได้เจอกับคนอินโดนีเชียซึ่งเป็นสจ๊วตสายการบิน เขาจะอยู่ที่ไทยวันนี้วันสุดท้ายแล้ว ภาษาอังกฤษเขาดีมาก ผมได้ขอเดินตามเขาไปเที่ยวด้วย เดินตามและซื้อน้ำปั่นแก้วละ 50บ. เขาบอกว่าถูกว่าบนเกาะพีพี แก้วละ 60บ. เราได้เดินกันไปที่ชายหาดแห่งหนึ่งของรีสอร์ท ซึ่งต้องปีนเขาเพื่อที่จะไปถึงที่นั้น ระหว่างทางเดินเจอร้านอาหารข้างทางขาย ผัดไทย ข้าวผัดจานละ 50-60 บ. มันถูกมากมื้อเย็นปักหมุดว่าจะมากินที่นี้กัน และก็เจอป้ายการแสดงโชว์ควงลูกไฟ ตอน 22.00น. หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จจะมาดูกัน
เราเดินกันไปถึงชายหาดตอนนั้นเป็นช่วงเย็นพอดี ดวงอาทิตย์กำลังจะละขอบฟ้าในน้ำทะเล ตอนนั้นเวลา 17.45น. ดวงอาทิตย์กลายเป็นสีแดง ประกอบกับเสียงเรือเมล์วิ่งกลับบ้านต่อกันเป็นแถวๆ ดังลั่นหาด วิ่งผ่านดวงอาทิตย์สีแดงกลมโต แต่กล่องผมไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถ่ายออกมาไม่ค่อยสวย เราเดินทางกลับฟ้าก็มืดพอดี เดินผ่านร้านอาหารและรีสอร์ทซึ่งเต็มไปด้วยชาวต่างชาติ ร้านอาหารเริ่มมีนักร้องเริ่มทำงาน มีอยู่ร้านหนึ่ง ชาวอินโดลูกครึ่งอินเดียคนนี้ถึงกลับต้องหยิบโทรศัพท์มาถ่ายคลิปตอนเธอร้อง เขาบอกว่าเธอสวยมากร้องก็เพราะ
เขาบอกอยู่ที่นี้เป็นวันที่ 2 แล้ว แต่ไม่เคยมาเดินถนนเส้นนี้เลย อาหารถูกบรรยากาศดี เราก็เดินกลับเข้าที่พักกัน เพื่ออาบน้ำ หลักจากเสร็จภารกิจส่วนตัว ก็มากินบาบีคิวฟรี หลังจากได้คูปองมาช่วงเช็คอิน ให้มารับได้ช่วง 19.30-20.30น. เรามาถึงช่วง 20.00น. ได้คนละ 2ไม้ และซ๊อตดริ้ง คนละแก้ว มันไม่ใช่น้ำส้มธรรมดา แต่ผสมเหล้าด้วย
เขาปวดขาจนต้องหาซื้อยาและยาที่นี้ก็แพง ก็มีเล่าให้ฟังเรื่องค่าโดยสารด้วยระยะทางนิดเดียวแต่คิดเป็น 100บ. เขาเดินไปเองดีกว่า เขาเดินเที่ยวมาเยอะ ผมก็ขาล้าเช่นกัน แต่จะไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า และแล้วเราก็เดินกันไปต่อ ถึงร้านที่ตั้งใจจะฝากท้องที่นี้ แต่ปรากฏว่า ร้านปิดแล้ว พลาดไม่ได้ถามเวลาปิด มันปิด 20.00น. เราจึงเดินหาร้านอื่นๆ กัน แต่ละร้านแถวชายหาดราคาหลักร้อยหมดเลย จนมาเจอร้านเบอร์เกอร์คิง มีโปรโมชั่น จานละ 69บ. ก็จัดเลยถูกที่สุดในย่านนี้แล้ว เขาออกตั้งให้ผมครึ่งหนึ่งของอาหารจานนั้นและบอกไม่ต้องทอนให้เขา และเขายังจ่ายค่าน้ำเปล่าขวดที่ 7-11 ให้เป็นการตอบแทนด้วย ระหว่างกินข้าวเราเลือกนั่งติดกระจกดู Ladyboys โปรโมทคาบาเร่ โชว์ ใส่ชุดจัดเต็มถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวรับทริบที่นั้น
และเขาแนะนำให้หากินตามร้านสะดวกซื้อเมื่ออยู่บนเกาะพีพีถ้าต้องการประหยัด กินข้าวเสร็จก็กลับมาที่โรงแรมเล่นสนุกเกอร์ฆ่าเวลา ผมก็ไม่เคยเล่น เขาก็สอนผม และผมก็เป็นช่างภาพถ่ายรูปคู่เขากับพนักงานที่นั้นเป็นที่ละลึกให้เขา เป็นวันสุดท้ายของเขาแล้วในค่ำคืนนี้ พอถึงเวลา 22.00น. เราได้เดินตรงไปยังจุดที่จะมีการแสดงไฟเพื่อรอชม

เขาบอกที่เกาะพีพีก็มีแบบนี้เช่นกัน มีชาวต่างชาติจำนวนมากรอชมอยู่เช่นกัน หลังจากชมการแสดงควงลูกไฟ ริมชายหาดเสร็จจะมีกล่องทริบ ผมก็ใส่ไปจำนวนหนึ่ง จากนั้นก็กลับมานอนเวลา 23.00น. ก็เตือนเขาให้จัดกระเป๋าเตรียมกลับบ้านด้วย เพราะเขาบอกให้ช่วยเตือนเขา คืนนี้เป็นคืนที่หลับกลางวงผับ มีเสียงดังจน ถึงประมาณตี 1 ได้ แต่ก็หลับไปด้วยความเพลียและเหมื่อยล้า
ทุกคนที่รถไปรับมาจะมารวมกันที่ท่าเรือนางแอน ซึ่งเป็นท่าของบริษัททัวร์ และก็ต่อแถวลงทะเบียนตามทริปทัวร์ที่ตัวเองได้จองไว้ ผมได้ทริปทัวร์ 4เกาะ ทะเลแหวก ไปด้วย Speed Boat และมีแบบไปด้วยเรือหางยาวก็มี ราคาถูกว่า ใช้เวลาเดินทางนานกว่า แต่ได้อรรถรสแบบชาวบ้านมากกว่า เวลาลงเดินแต่ละที่ก็ลดลงไปนิดหน่อย เพราะใช้เวลาไปกับการเดินทางแต่เวลารวมทริปทัวร์เท่ากัน และมีโต๊ะลงทะเบียนทริปทัวอื่นๆ อีก ประมาณ 4-5 โต๊ะ ขั้นตอนการลงทะเบียนจะให้ลงชื่อและจ่ายค่าเข้าอุทยานคนไทยคนละ 40บ. ชาวต่างชาติ คนละ 400บ. เพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าทริปทัวร์ และจะได้รับริสแบนเป็นสีๆ ตามทริปทัวร์ที่บริษัทจัดไว้ ให้ใส่ไว้ที่ข้อมือตลอดทั้งทริป
ผมได้สีแดงผมก็หาเพื่อนที่มีสีเดียวกันนั่งเกาะกลุ่มกันไว้ ผมได้พูดคุยกับชาวต่างชาติที่มารถคันเดียวกันจากอเมริกา เราพูดคุยและถ่ายรูปกันนิดหน่อยและก็จากกัน เพราะคนละทริปทัวร์ ระหว่างรอก็เดินถ่ายรูปรอบๆ ท่าเรือ เอาของว่างฟรีมากิน รอเรียกในทีสุดก็ถึงเวลาขึ้นเรือโดยสาร ก่อนขึ้นก็ตั้งวงประชุมอธิบายสถานที่แวะแต่ละจุดของทริปทัวร์ เป็นภาษาอังกฤษก่อน และภาษาไทย และก็เดินขึ้นเรือคันที่ 814 ต้องจำไว้ด้วยเพราะเรือมีเหมือนๆ กัน หลายลำ มีลูกเรือที่ไปด้วยกันทั้งหมด 44คน เดินทางออกจากท่าเรือ 9.45น. นี้เป็นครั้งแรกของผมที่ได้นั่งเรือแบบนี้ ผมวัดความเร็วโดยใช้แอพในโทรศัพท์ วิ่งเร็วประมาณ 60กม./ชม. และมีชาวต่างชาติเกินครึ่งลำ มีไกด์ 1คน และผู้ช่วยอีก 2คน จะคอยดูแลนักท่องเที่ยว
และเขาจะให้ความสนใจกับ นักท่องเที่ยวที่มาคนเดียวเป็นพิเศษ มีผมและมีอีกคนหนึ่งในเรือ เมื่อขึ้นเรื่อก่อนออกแต่ละครั้ง ต้องนับคนมาเดี๋ยวก่อน เพราะถ้าหายไปก็ไม่มีคนอื่นในเรือสนใจ มีการนับคนในเรือทุกครั้งก่อนออกเดินทางไปจุดต่อไป ทริปผมได้เปลี่ยนแปลงกำหนดการนิดหน่อยไปที่ทะเลแหวกก่อน อาจเป็นเพราะลดความแออัดในจุดท่องเที่ยวแต่ละจุด ผมเดินทางมาถึง 10.15น.ชื่อเกาะทับ ชื่อไทยทะเลแหวก และมีเวลาเดินเล่นถ่ายรูป 40นาที ที่หาดทรายเป็นทรายที่ละเอียดมาก น้ำก็ใสมากเช่นกัน ผมมีไม้เซลฟี่และรีโมทไร้สาย เดินไล่ถ่ายรูป ไปตามชายหาด เอาไม้ปักกองทรายกระโดดถ่ายรูปบ้างเป็นบางจุด แดดก็ร้อนอยู่ ผมก็ไม่ได้เตรียมครีมกันแดดมาด้วย ที่ขายกันที่นี้ก็แพงมาก เพราะเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ แนะนำให้ซื้อเตรียมมาด้วย เป็นแบบชนิดกันน้ำได้ยิ่งดี
และก็มากันถึงจุดที่ 2 เป็นจุดที่มีก้อนหินเรียงเป็นรูปเหมือนไก่ เรียกเล่นๆ เกาะไก่ KFC หลังจากถ่ายรูปเสร็จก็ไปดำน้ำกัน ผมว่าน้ำไม่เป็นต้องใส่ชูชีพลงไปด้วย ที่เรือมีเตรียมอุปกรณ์ดำน้ำให้แล้ว ก็กระโดดลงน้ำดูปากการัง และปลาน้ำตื้น เห็นแบบใกล้มากๆ แต่น่าเสียดายที่ผมไม่มีกล้องที่ถ่ายในน้ำได้ จึงไม่ได้เอาภาพมาฝาก และด้วยความที่ผมใส่ชูชีพจึงดำน้ำไปดูใกล้ๆ และผมก็ไม่ได้วายน้ำไปไกลๆ เรือมากไม่ได้ เพราะผมเคลื่อนในน้ำได้ช้ามากจะกลับถึงเรือจะไม่ทันเอา ถ้าจะมาดำนั้นแบบนี้จะไห้ดี ต้องว่ายน้ำเป็น ดำไปลึกๆ ได้เห็นชัดๆ และถ้าว่ายน้ำได้เร็วจะได้เห็นทั่วถึงมากขึ้น ผมต้องกลับไปฝึก ถ้ามีโอกาสครั้งต่อไปจะเที่ยวได้ดีขึ้น จุดนี้ผมวายลอยคอในน้ำอยู่ 40นาที่เต็ม
หลังจากนั้นก็ไปต่อกันที่ เกาะปูดาและกินข้าวกลางวันกันที่นี้ ใช้เวลา 1ชม. 30นาทีเป็นเกาะที่อยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยเกาะน้อยใหญ่รอบด้าน ผมได้กินอาการกลางวันแบบบุฟเฟ่ที่ทางทัวร์จัดให้มีกับข้าว 3 อย่างคือ มัสมั่นไก่ ผัดเปรี้ยวหวาน และไก่ทอดซึ่งมีน้ำจิ้มมาด้วย พอกินเสร็จก็เดินถ่ายรูปเช่นเคย และโทรวีดีโอคอลหาทางบ้าน สัญญาณโทรศัพท์ 4G ที่นี้ดีมาก แดดแรง ลมพัดเข้าหาชายฝั่งตลอดเวลา
และที่สุดท้ายคือชายหายถ้าพระนาง ถึงที่นี้เวลา 13.50 และมีเวลาเดิน 40นาที ช่วงที่ไปเป็นช่วงน้ำขึ้น ชายหาดสวยงาม มีภูเขาหินสูงตระง่าน รอบตัว ผมได้เดินไปที่ถ้ำพระนาง ซึ่งเป็นถ้ำเล็กๆ เป็นเหมือนศาลพระภูมิ มีประลัดขิกที่คนเอามาถวายเป็นจำนวนมาก แต่ที่แปลกคือ มีของเครื่องรางของขังแบบฝรั่ง มาวางรวมอยู่ด้วยเป็นแบบมีอัณฑะ จนต้องมีป้ายเตือนอย่างที่เห็นในภาพ ผมเดินไปได้ไม่ไกลก็หมดเวลา
และผมได้ถ่ายรูปป้ายแผนที่นำทาง เส้นทางท่องเที่ยวมา ว่าจุดนี้สามารถเดินไปที่หาดไร่เลย์ได้ และผมก็จะใช้มันในวันพรุ่งนี้ ในที่สุดก็เดินทางกลับถึงท่าเรือเดิมในช่วงเช้าและขึ้นรถกลับ แต่ไม่ลงที่เดิมในเมืองแล้ว วันนี้จะพักที่หาดอ่าวนาง
ผมถึงโรงแรมและเช็กอินเวลา 15.15น. ที่นี้เป็นบาร์ อยู่ใกล้ๆ รอมลอบเลยด้วย เป็นทางผ่าน ต้องเดินขึ้นมาชั้น 3 จะเป็นโรงแรม พักห้องรวมเป็นเตียงเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้มีเพื่อนต่างชาติเยอะ เต็มทั้ง 10 เตียง ค่าเตียง 202บ. ค่าประกัญกุญแจ 100บ. ถ้าจะพักโรงแรมแบบนี้แนะนำให้เอากุญแจมาล็อคด้วย มีช่องให้เก็บของให้ แต่ไม่มีตัวกุญแจล็อก และเอาผ้าห่มมาด้วยก็ดี เพราะผ้าห่มที่นี้บางมากแอร์เปิดเย็นจนหนาวเลย
ผมได้เจอกับคนอินโดนีเชียซึ่งเป็นสจ๊วตสายการบิน เขาจะอยู่ที่ไทยวันนี้วันสุดท้ายแล้ว ภาษาอังกฤษเขาดีมาก ผมได้ขอเดินตามเขาไปเที่ยวด้วย เดินตามและซื้อน้ำปั่นแก้วละ 50บ. เขาบอกว่าถูกว่าบนเกาะพีพี แก้วละ 60บ. เราได้เดินกันไปที่ชายหาดแห่งหนึ่งของรีสอร์ท ซึ่งต้องปีนเขาเพื่อที่จะไปถึงที่นั้น ระหว่างทางเดินเจอร้านอาหารข้างทางขาย ผัดไทย ข้าวผัดจานละ 50-60 บ. มันถูกมากมื้อเย็นปักหมุดว่าจะมากินที่นี้กัน และก็เจอป้ายการแสดงโชว์ควงลูกไฟ ตอน 22.00น. หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จจะมาดูกัน
เราเดินกันไปถึงชายหาดตอนนั้นเป็นช่วงเย็นพอดี ดวงอาทิตย์กำลังจะละขอบฟ้าในน้ำทะเล ตอนนั้นเวลา 17.45น. ดวงอาทิตย์กลายเป็นสีแดง ประกอบกับเสียงเรือเมล์วิ่งกลับบ้านต่อกันเป็นแถวๆ ดังลั่นหาด วิ่งผ่านดวงอาทิตย์สีแดงกลมโต แต่กล่องผมไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถ่ายออกมาไม่ค่อยสวย เราเดินทางกลับฟ้าก็มืดพอดี เดินผ่านร้านอาหารและรีสอร์ทซึ่งเต็มไปด้วยชาวต่างชาติ ร้านอาหารเริ่มมีนักร้องเริ่มทำงาน มีอยู่ร้านหนึ่ง ชาวอินโดลูกครึ่งอินเดียคนนี้ถึงกลับต้องหยิบโทรศัพท์มาถ่ายคลิปตอนเธอร้อง เขาบอกว่าเธอสวยมากร้องก็เพราะ
เขาบอกอยู่ที่นี้เป็นวันที่ 2 แล้ว แต่ไม่เคยมาเดินถนนเส้นนี้เลย อาหารถูกบรรยากาศดี เราก็เดินกลับเข้าที่พักกัน เพื่ออาบน้ำ หลักจากเสร็จภารกิจส่วนตัว ก็มากินบาบีคิวฟรี หลังจากได้คูปองมาช่วงเช็คอิน ให้มารับได้ช่วง 19.30-20.30น. เรามาถึงช่วง 20.00น. ได้คนละ 2ไม้ และซ๊อตดริ้ง คนละแก้ว มันไม่ใช่น้ำส้มธรรมดา แต่ผสมเหล้าด้วย
เขาปวดขาจนต้องหาซื้อยาและยาที่นี้ก็แพง ก็มีเล่าให้ฟังเรื่องค่าโดยสารด้วยระยะทางนิดเดียวแต่คิดเป็น 100บ. เขาเดินไปเองดีกว่า เขาเดินเที่ยวมาเยอะ ผมก็ขาล้าเช่นกัน แต่จะไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า และแล้วเราก็เดินกันไปต่อ ถึงร้านที่ตั้งใจจะฝากท้องที่นี้ แต่ปรากฏว่า ร้านปิดแล้ว พลาดไม่ได้ถามเวลาปิด มันปิด 20.00น. เราจึงเดินหาร้านอื่นๆ กัน แต่ละร้านแถวชายหาดราคาหลักร้อยหมดเลย จนมาเจอร้านเบอร์เกอร์คิง มีโปรโมชั่น จานละ 69บ. ก็จัดเลยถูกที่สุดในย่านนี้แล้ว เขาออกตั้งให้ผมครึ่งหนึ่งของอาหารจานนั้นและบอกไม่ต้องทอนให้เขา และเขายังจ่ายค่าน้ำเปล่าขวดที่ 7-11 ให้เป็นการตอบแทนด้วย ระหว่างกินข้าวเราเลือกนั่งติดกระจกดู Ladyboys โปรโมทคาบาเร่ โชว์ ใส่ชุดจัดเต็มถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวรับทริบที่นั้น
และเขาแนะนำให้หากินตามร้านสะดวกซื้อเมื่ออยู่บนเกาะพีพีถ้าต้องการประหยัด กินข้าวเสร็จก็กลับมาที่โรงแรมเล่นสนุกเกอร์ฆ่าเวลา ผมก็ไม่เคยเล่น เขาก็สอนผม และผมก็เป็นช่างภาพถ่ายรูปคู่เขากับพนักงานที่นั้นเป็นที่ละลึกให้เขา เป็นวันสุดท้ายของเขาแล้วในค่ำคืนนี้ พอถึงเวลา 22.00น. เราได้เดินตรงไปยังจุดที่จะมีการแสดงไฟเพื่อรอชม

เขาบอกที่เกาะพีพีก็มีแบบนี้เช่นกัน มีชาวต่างชาติจำนวนมากรอชมอยู่เช่นกัน หลังจากชมการแสดงควงลูกไฟ ริมชายหาดเสร็จจะมีกล่องทริบ ผมก็ใส่ไปจำนวนหนึ่ง จากนั้นก็กลับมานอนเวลา 23.00น. ก็เตือนเขาให้จัดกระเป๋าเตรียมกลับบ้านด้วย เพราะเขาบอกให้ช่วยเตือนเขา คืนนี้เป็นคืนที่หลับกลางวงผับ มีเสียงดังจน ถึงประมาณตี 1 ได้ แต่ก็หลับไปด้วยความเพลียและเหมื่อยล้า















































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น